กระจกใจ...ใสหรือมัว?

By thaisarn.net
16/09/2016 308

มีคนเคยกล่าวว่า ของสิ่งเดียวกัน รูปร่างเหมือนกัน สองคนที่มองของนั้น กลับมองต่างกัน ดังเช่น

แก้วน้ำที่มีน้ำอยู่ครึ่งแก้ว คน ๆ หนึ่งมองว่า น้ำหายไปตั้งครึ่งแก้ว แต่คนอีกคนกลับมองว่า น้ำเหลือตั้งครึ่งแก้ว เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่เสมอในชีวิตประจำวัน เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

ขอหยิบยกเรื่องสั้นดี ๆ เรื่องหนึ่งของ ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ที่เคยเขียนไว้ในหนังสือชีวิตงาม มาเล่าให้ฟัง หลังจากอ่านจบ หวังว่าจะพอคิดได้ว่า ควรจะเลือกมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเราแบบไหน

มีสามีภรรยาคู่หนึ่งทุกๆ เช้า ภรรยาจะแอบมองดูเพื่อนบ้านจากหน้าต่างชั้นบน และวิ่งกลับมารายงานให้สามีฟัง

'เพื่อนบ้านเรานี่ซักผ้าไม่เป็นเลย เสื้อผ้าสกปรกเหลือเกิน ไม่รู้ใช้ผงซักฟอกยี่ห้ออะไร หรือใช้วิธีซักอย่างไร'

สามีก็ตอบว่า

'อย่าไปสนใจคนอื่นเขาเลย เราซักผ้าของเราให้สะอาดก็แล้วกัน'

แต่ภรรยาก็แอบไปดูเพื่อนบ้านจากหน้าต่างข้างบนบ้าน และวิ่งกลับมางานสามีทุกเช้า

'เสื้อผ้าของเขาสกปรกอีกแล้ว'

อยู่มาวันหนึ่งภรรยาวิ่งลงมารายงานสามีด้วยความแปลกประหลาดใจ

'ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น เสื้อผ้าของเขาขาวสะอาด อยากรู้เหลือเกินว่าเขาเปลี่ยนมาใช้ผงซักฟอกอะไร หรือใช้วิธีใดซักผ้า'

สามีหัวเราะแล้วกล่าวว่า

'นี่ฉันรำคาญเธอเหลือเกิน เมื่อเช้านี้ฉันตื่นแต่เช้ามืดและไปเช็ดกระจกหน้าต่างให้สะอาด ก่อนหน้านี้ กระจกมันสกปรก เธอมองออกไปก็เห็นแต่ความสกปรก'

'ทุกข์' หรือ 'สุข' นั้น จิตใจเป็นตัวกำหนด แต่ถึงอย่างนั้น ผิด ชอบ ชั่ว ดี ก็ยังถือเป็นภาระทางจริยธรรมของเราอยู่

ซึ่งหากเช็ดหน้าต่างแล้ว ถึงจะไม่สะอาดเอี่ยม แต่ก็เพียงพอที่แสงจะลอดผ่าน เพื่อประโยชน์แก่การ 'มอง' และ 'เห็น'

“มนุษย์เราชอบมองคนอื่นโดยผ่านจิตใจของเราออกไป เมื่อจิตใจของเราสะอาด เราก็จะเห็นแต่ความดีงามรอบ ๆ ตัว

แต่ถ้าจิตใจของเราสกปรก เราก็จะเห็นแต่ความสกปรกรอบตัว การที่เราเห็นแต่ความเลวรอบ ๆ ตัวเรา เราต้องเข้าใจว่าแท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่เราเห็น มันเกิดขึ้นในจิตใจของเรา และเราจะต้องหาทางฝึกจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์

ถ้าเราเห็นแต่สิ่งที่เลว จิตใจก็ไม่สงบ เราก็จะกลุ้มอกกลุ้มใจ มีความทุกข์ แต่ถ้าเราหัดมองใน
แง่ดีเราก็จะคิดแต่สิ่งที่ดีจิตใจก็จะเบิกบาน และมีความสุข

สิ่งหนึ่งที่ได้ข้อคิดจากบทความนี้คือ สิ่งต่าง ๆ บนโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ เหตุการณ์หรือแม้แต่บุคคล เรามักจะมองได้หลายแบบ อยู่ที่เราอยากจะเห็นอย่างไร หรือเลือกมองจากมุมไหน

หากเราเลือกมองในมุมที่ดีก็เปรียบเสมือน
เรามองผ่านกระจกใส และเปิดรับทัศนียภาพที่สวยงามจากภายนอก เราก็จะเห็นแต่ด้านดีของสิ่งนั้น ๆ

ตรงกันข้าม หากเราเลือกที่จะมองผ่านกระจกที่ขุ่นมัว หรือมองในมุมที่ไม่ดีใจเราก็คงเป็นทุกข์และขุ่นมัวตาม ดั่งเรื่องข้างต้น

สุดท้ายแล้ว ความสุข หรือความทุกข์จะขึ้นอยู่กับใจ หรือความคิดของเราเอง แล้วคุณล่ะ เลือกที่จะมองผ่านกระจกบานไหน?

•ทักษะสำคัญต่อการใช้ชีวิต.. คือ ทักษะของการมีความสุข

1. ถ้าตอนนี้คุณไม่มีความสุข ในอนาคตคุณก็จะไม่มีความสุข เพราะมันคือนิสัยของคุณ นิสัยที่ชอบสร้างเงื่อนไขการมีความสุขให้ตัวเอง

2. หัดใส่ใจกับสิ่งที่คุณมี หรือข้อดีในชีวิต ตราบใดที่คุณมัวโฟกัสแต่สิ่งที่ยังไม่มี คุณจะไม่มีวันพบความสุข เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่คุณ ‘มี’ อะไร แต่อยู่ที่สิ่งที่คุณ ‘เป็น’ คนยังไง (เป็นคนที่โหยหาแต่สิ่งที่ตัวเองขาด)ไม่สนใจคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมีในมือ

3. ถึงได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ความสุขคุณจะขึ้นมาแค่วูบเดียว หลังจากนั้นจะลดลงไปจุดค่าเฉลี่ยของคุณ แล้วคุณจะหันไปไขว่คว้า และทุกข์กับสิ่งที่ยังไม่ได้ต่อไป เป็นวงจรไม่รู้จบ

4. คนที่รอความสุขจากคนอื่น น่าสงสารที่สุด “ฉันจะมีความสุขก็ต่อเมื่อเขาโทรมา” “ฉันจะมีความสุขก็ต่อเมื่อได้งานใหม่” ... หารู้ไม่ ว่าความสุขนั้นสร้างเองได้เลย โดยไม่ต้องรอเงื่อนไขใด ๆ และไม่ต้องรอใคร

5. พื้นฐานของการมีความสุขคือการชื่นชมในสิ่งที่คุณมี

6. การบ่นเรื่องที่ไม่ดี ไม่ได้ช่วยให้คุณสบายใจขึ้น กลับจะทำให้แย่ลง เพราะการเอามาเล่าใหม่ เป็นการฉายภาพนั้นซ้ำ ๆ อยู่ในหัว

7. โดยปกติความสุขมักอยู่ตรงหน้าคุณ แอร์เย็น ๆ อาหารอร่อย ๆ วิวสวย ๆ แต่ใจคุณดันไปคิดเรื่องอื่นในหัว (เรื่องที่ไม่มีความสุข) ในตอนนั้นเอง แล้วก็ชอบมาบ่นว่าชีวิตไม่มีความสุข (ตลกสิ้นดี)

8. ตราบใดที่คุณยังเป็นคนธรรมดา คุณจะยังเจอความทุกข์อยู่เรื่อย ๆ จงหัดเป็นคนมองโลกในแง่ดี มองหาประโยชน์ทุกครั้งจากเหตุการณ์แย่ ๆ แล้วคุณจะมีกำไรชีวิตมากกว่าคนอื่น

9. คนเราชอบอยู่ใกล้คนมีความสุข ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบบ่นแต่ปัญหาตัวเอง มองแต่ด้านร้าย เอาแต่ด่าคนอื่น คนอยู่ใกล้ ๆ ประสาทจะกิน สุดท้าย จิตใต้สำนึกของพวกเขาจะสั่งให้ค่อยๆ ห่างคุณไปโดยไม่รู้ตัว

10. ความสุขและการมองโลกในแง่ดีเป็นโรคติดต่อ จงอยู่ใกล้คนเหล่านี้เพื่อรับ และจงแพร่กระจายความสุขเพื่อให้คนอื่นต่อไป

11. ความสุขเป็นทรัพยากรที่ไม่มีวันหมด และผลิตจากอากาศได้ทันที ดังนั้น ไม่ต้องกลัวคนอื่นแย่งความสุขไป ทุกคนสามารถมีได้มากเท่าที่ต้องการ

12 ความสุขและการมองโลกในแง่บวกเป็นทักษะ นั่นหมายความว่า คุณสามารถ “ฝึก” ที่จะเป็นคนมีความสุขและมองโลกในแง่บวกได้

Cr : ดร.อาจอง ชุมสาย ณ.อยุธยา

บทความที่น่าสนใจ

รูปภาพจริงที่สวยงามมาก เหมือนอยู่ในสวรรค์

By thaisarn.net
18/02/2016 1,615

รูปภาพจริงที่สวยงามมาก เหมือนอยู่ในสวรรค์