Khan Academy ห้องเรียนออนไลน์แบบไม่แสวงหากำไร

By thaisarn.net
19/07/2016 348

Year 2060: Education Predictions

พอดีมีโอกาสได้ดูคลิปที่คุณ Sal Khan (ผู้ก่อตั้ง Khan Academy ห้องเรียนออนไลน์แบบไม่แสวงหากำไร) เขาได้ทำนายอนาคตของการศึกษาในอีกประมาณเกือบ 50 ปีข้างหน้าว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ผมเห็นว่ามันน่าสนใจดี โดยเขาได้แบ่งประเด็นไว้ดังนี้

1.รูปแบบห้องเรียนจะเปลี่ยนไป (classroom different)
จากแบบเดิมที่นักเรียนนั่งเรียงกันเป็นแถว แล้วจดเลคเชอร์ที่ครูอาจารย์กำลังบรรยายอยู่หน้าห้อง โดยนักเรียนจะเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้ที่นิ่งเฉยและเป็นผู้รับ (Passive) กลายเป็นชั้นเรียนที่นักเรียนจะกระตือรือล้นในการเรียนรู้ (Active) แทน โดยเขาเรียกห้องเรียนรูปแบบใหม่นี้ว่าเป็นโมเดลเพื่อการค้นพบและสร้างสรรค์ (discovery and creative model) ซึ่งอนาคตเราอาจจะไม่เรียกว่าห้องเรียน (classroom) อีกแล้วก็ได้ แทนที่นักเรียนจะใช้เวลาไปกับการเรียนวิชาต่างๆ นักเรียนจะใช้เวลาไปกับการสร้าง หรือค้นพบอะไรบางอย่างขึ้นมาแทน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นวิชาในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้น แต่อาจจะรวมถึงการวาดรูป แต่งเพลง หรือออกแบบท่าเต้นด้วยก็ได้ ซึ่งห้องเรียนแบบใหม่นี้อาจไม่ต้องรอถึง 50 ปีก็ได้ Sal Khan เชื่อว่าอาจใช้เวลาอีกแค่ 10 ปีเท่านั้นก็ได้ (ดูรูปที่ 1 ประกอบ)

เขายังได้ยกตัวอย่างโครงสร้างของแรงงานในยุคต่างๆ 3 ยุค (ดูรูปที2 ประกอบ) โดยยุคแรกคือเมื่อประมาณ 100 ปีที่ผ่านมานั้น แรงงานส่วนใหญ่จะเป็น ผู้ใช้แรงงานทางกาย (Physical Labor) ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุด ถัดไปจะเป็นแรงงานที่มีฝีมือขึ้นมาคือ แรงงานใช้สมอง (Mental Labor) หรือจะเรียกว่าเป็นพวก White Collar ก็ได้ ในขณะที่พวกทำงานที่เกี่ยวกับศิลปะและนวัตกรรม (Art, Innovation) จะมีสัดส่วนที่น้อยมาก ต่อมาเมื่อมีการปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้น เทคโนโลยีถูกนำมาทดแทน Physical Labor ดังนั้นในยุคปัจจุบันโครงสร้างของแรงงานจะมี Physical Labor ที่น้อยลง และยังน้อยกว่า Mental Labor ในขณะที่กลุ่ม Art, Innovation มีมากขึ้นจากยุคเดิมแต่ก็ยังน้อยกว่ากลุ่ม Mental Labor อยู่มาก แต่พอถึงปี 2060 เขาเชื่อว่าโครงสร้างจะเปลี่ยนไปอย่างมากคือ Physical Labor จะแทบไม่มีเลยหรือมีน้อยมากโดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว (เขาหวังว่าปี 2060 ประเทศส่วนใหญ่จะกลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว) ในขณะที่ Mental Labor ก็จะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี โดยเฉพาะพวกงานเอกสารต่างๆ แล้วคนและทรัพยากรส่วนใหญ่จะไปอยู่ที่กลุ่ม Art, Innovation แทน อาจเรียกคนกลุ่มนี้ว่าเป็น Creative Class

2. จากการยึดตามระยะเวลาศึกษา (Seat-Time Based) เป็นยึดตามผลสัมฤทธิ์ (Achievement Based)
จากเดิมที่ระยะเวลาที่เราใช้ในการศึกษาจากอนุบาลถึงมัธยมจะใช้เวลา 13 ปี (น่าจะเป็นตามแผนการเรียนของอเมริกา) และปริญญาตรีต่ออีก 4 ปี ซึ่งระยะเวลานี้จะถูกจำกัดไว้แล้ว (Fixed) ในขณะที่ผลสัมฤทธิ์ (Achievement) ของการเรียน ไม่ว่าจะเป็น A B หรือ C จะแปรผัน (Variable) ตามความสามารถของแต่ละผู้เรียน ในขณะรูปแบบใหม่ในอนาคตจะเป็นแบบตามผลสัมฤทธิ์ (Achievement Based Model) ซึ่งผลสัมฤทธิ์อาจเป็นวิชาแคลคูลัส ดนตรี หรือควอนตัมฟิสิกส์ โดยผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้โดยไม่ต้องยึดตามเวลาศึกษาแบบเดิมๆ คุณจะไปศึกษาวิชาดังกล่าวนี้เมื่อใดก็ได้ อายุเท่าไรก็ได้ ดังนั้นระยะเวลาในการศึกษาจะกลายเป็นปัจจัยแปรผันแทน ในขณะที่ผลสัมฤทธิ์จะอยู่ในมาตรฐานที่สูง (Fixed High Standard) ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) ที่แท้จริงจะไม่ใช่ GPA แต่เป็น ผลงาน (Portfolio) ที่คุณเคยทำมา โดยอาจจะเป็นโครงการทำหุ่นยนต์ ภาพวาด หรือซอฟท์แวร์ก็ได้ นายจ้างจะไม่มาดูว่าคุณได้เกรดอะไร และใช้เวลาในชั้นเรียนนานแค่ไหน แต่จะดูว่าคุณเคยสร้างผลงานอะไรมาแล้วบ้างที่แสดงว่าคุณอยู่ Creative Class (ดูรูปที่ 3 ประกอบ)

3. บทบาทของครูจะเปลี่ยนไป
บทบาทของครูจะไม่ใช่แค่ผู้บรรยายซ้ำๆ ในห้องเรียนปีแล้วปีเล่าเท่านั้น ครูจะกลายเป็นโค้ช หรือที่ปรึกษา (Coach or Mentor) จากห้องเรียนในรูปแบบเดิมๆ คือห้องเรียนห้องหนึ่งมีนักเรียนประมาณ 20-30 คนต่อครูหนึ่งคน แล้วก็มีหลายๆ ห้อง Sal Khan เชื่อว่ากำแพงห้องเรียนจะทลายลงโดยห้องเรียนแบบใหม่จะมีผู้เรียน 70-90 คน ต่อครู 3 คน โดยครูทั้งสามคนทำงานร่วมกัน ผู้เรียนจะได้รับประสบการณ์ไม่ใช่จากแค่ครูคนใดคนหนึ่งแต่มาจากครูทั้งสามคน ปฏิสัมพันธ์นอกจากครูกับนักเรียนแล้ว ปฏิสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนด้วยกันเองก็สำคัญ รวมถึงครูก็จะได้รับการเรียนรู้จากนักเรียนเองด้วยเช่นกัน เขายังคิดว่าด้วยโมเดลเช่นนี้ครูจะมึความสำคัญอย่างมาก เพราะครูจะไม่เพียงแค่เลคเชอร์เรื่องเดิมซ้ำๆ ทุกปีๆ แต่เป็นผู้สร้างปฏิสัมพันธ์ (interactive) เขายังเชื่อว่าภายในปี 2020-2025 อาชีพครูจะกลายเป็นวิชาชีพที่สำคัญเช่นเดียวกับ แพทย์ ทนาย หรือวิศวกร รวมทั้งรายได้ของครูก็จะสูงขึ้นมากเช่นกัน (ดูรูปที่ 4 ประกอบ)

4. 99% ของมนุษยชาติจะรู้หนังสือ (99% Global Literacy)
เขาเชื่อว่าต้นทุนทางการศึกษาจะลดลงจนเกือบเป็นศูนย์เนื่องจากเทคโนโลยีอินเตอร์เนต นักเรียนจากทั่วโลกจะสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับสุดยอดของโลกได้ เช่นเดียวกันการเข้าถึงไฟฟ้า และน้ำดื่มที่สะอาด เรากำลังจะเข้าสู่ยุค Global Meritocracy (ความเท่าเทียมกันทั่วโลก)

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=CiKrFcgVSIU

บทความที่น่าสนใจ