รากเหง้าของพระศาสนา

By thaisarn.net
27/02/2016 164

ทาน - ศีล - ภาวนา เป็นรากเหง้าของความเป็นมนุษย์ และเป็นรากเหง้าของพระศาสนา ที่มนุษย์ต้องคอยสั่งสมให้มาอยู่ในนิสัย

ทาน - ศีล - ภาวนา 
เป็นรากเหง้าของความเป็นมนุษย์
และเป็นรากเหง้าของพระศาสนา
ที่มนุษย์ต้องคอยสั่งสมให้มาอยู่ในนิสัย 

ทาน...เป็นเครื่องแสดงน้ำใจ 
เพื่อสงเคราะห์ผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใดๆ 

ศีล...เป็นเครื่องปัดเป่าความคิดของผู้มีกิเลส 

ภาวนา...อบรมใจให้ฉลาดเที่ยงตรงต่อเหตุผลและความถูกต้อง 
ผู้เป็นหัวหน้างาน หรือมีภารกิจมาก ควรหันมาฝึกใจเป็นอย่างยิ่ง 
เพราะการภาวนาช่วยแก้ความยุ่งยากลำบากใจ
ทุกประเภทที่เป็นภาระหนัก
หากปล่อยใจโดยไม่มีธรรมเป็นเครื่องยับยั้ง 
คงไม่ได้รับความสุข แม้จะมีสมบัติก่ายกอง 



วาสนา 

วาสนานั้นเป็นไปตามอัธยาศัย 
คนที่มีวาสนาในทางที่ดีมาแล้ว แต่คบคนพาล 
วาสนาก็อาจเป็นเหมือนคนพาลได้ 
บางคนวาสนายังอ่อน 
เมื่อคบบัณฑิต (ผู้มีปัญญาและประพฤติดี) 
วาสนาก็เลื่อนขั้นขึ้นเป็นบัณฑิต 
ฉะนั้น บุคคลควรพยายามคบแต่บัณฑิต
เพื่อเลื่อนภูมิวาสนาของตนให้สูงขึ้น 



อย่าผูกพันกับอดีตหรืออนาคต 

สิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรทำความผูกพัน
เพราะเป็นสิ่งที่ล่วงไปแล้วอย่างแท้จริง
แม้กระทำความผูกพันและหมายมั่นให้สิ่งนั้น
กลับมาเป็นปัจจุบัน ก็เป็นไปไม่ได้
ผู้ทำความสำคัญมั่นหมายนั้นเป็นทุกข์แต่ผู้เดียว
โดยความไม่สมหวังตลอดไป 
อนาคตที่ยังมาไม่ถึงนั้น
เป็นสิ่งไม่ควรไปยึดเหนี่ยวเกี่ยวข้องเช่นกัน
อดีตควรปล่อยไว้ตามอดีต
อนาคตควรปล่อยไว้ตามกาลของมัน
ปัจจุบันเท่านั้นจะสำเร็จประโยชน์ได้
เพราะอยู่ในฐานะที่ควรทำได้ไม่สุดวิสัย 


(ภูริทตฺตธมฺโมวาท จากหนังสือภูริทตฺตมหาเถรานุสรณ์)


ผู้เห็นคุณค่าของตัว 

ผู้เห็นคุณค่าของตัว จึงเห็นคุณค่าของผู้อื่น 
ว่ามีความรู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่เบียดเบียนทำลายกัน
ผู้มีศีลสัตย์เมื่อทำลายขันธ์ไปในสุคติในโลกสวรรค์ 
ไม่ตกต่ำเพราะอำนาจศีลคุ้มครองรักษาและสนับสนุน 
จึงควรอย่างยิ่งที่จะพากันรักษาให้บริบูรณ์ 
ธรรมก็สั่งสอนแล้วควรจดจำให้ดี ปฏิบัติให้มั่นคง 
จะเป็นผู้ทรงคุณสมบัติทุกอย่างแน่นอน 



พระอรหันต์ผุดขึ้นมาจากใจของปุถุชน 

พระอรหันต์ไม่ได้ผุดขึ้นมาจากไหน 
ก็มาจากหัวใจของปุถุชน มาจากราคะ โทสะ โมหะ 
ถ้าหากใจปุถุชนนั้นพยายามบากบั่นฝึกปรือตน 
ให้เดินตามมรรคาสัมมาปฏิบัติ 
พระอรหันต์ก็มาจากที่นั่น กลั่นกรองมาจากที่นั่น 
เหมือนดอกบัวมาจากขี้ตมขี้โคลนเน่าๆ เหม็นๆ 
แต่พอพ้นน้ำ รับแสงอาทิตย์ แย้มบานเต็มที่ 
มีสง่าราศรี ใครก็อยากได้อยากชม


(โอวาทธรรมที่หลวงปู่ศรี มหาวีโร ได้สดับฟังมาจาก
ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต
:: หนังสือหลวงปู่ศรี มหาวีโร พระผู้มากล้นด้วยบุญบารมี)



ป่ามีคุณแก่พระกรรมฐาน 

ท่านพระอาจารย์มั่นมักจะพร่ำสอนศิษย์ว่า

สมเด็จพระพุทธองค์นั้น ท่านประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน 
ทรงประทานปฐมเทศนาในป่า ป่ามีคุณแก่พระกรรมฐาน 
เป็นที่น่าเคารพบูชาของพระกรรมฐาน

ธรรมทั้งหลายที่พระธุดงค์จะได้มานั้น 
ทั้งหมดมาจากความสงัดวิเวกทั้งนั้น

ในป่านั้นอุดมไปด้วยเทพที่จะมาอนุโมทนาสาธุการ
กับพระที่ได้มาปฏิบัติบำเพ็ญเพียรอย่างดี 
ทั้งชื่นใจ ทั้งอนุโมทนายินดีปรีดาด้วย

เมื่อพระได้บำเพ็ญเพียรแผ่เมตตาให้ไปโดยรอบไม่มีประมาณ 
ไม่แต่มนุษย์ เทพ เทวดา อินทร์ พรหม ยม ยักษ์ แม้แต่สัตว์น้อยใหญ่ 
จตุบท ทวิบาทโดยรอบ ย่อมได้รับกระแสแห่งความเยือกเย็น
ของการแผ่เมตตาบารมีของพระตลอด

บทความที่น่าสนใจ