นิทาน : อย่างไหนมีค่ามากกว่ากัน

By thaisarn.net
19/02/2016 418

หญิงสาวผู้ถูกความท้อแท้สิ้นหวังปกคลุมจิตใจทิ้งตัวนั่งลงในสวนสาธารณะแห่งนึงราวกับกระดาษที่หมดคุณค่าและโดนทิ้ง เธอถูกชโลมด้วยสายฝนที่โปรยปรายและเหนือขึ้นไป คือเมฆสีเทาขรึ้ม เธอร่ำไห้ให้กับความผิดหวังในชีวิต

นิทาน : อย่างไหนมีค่ามากกว่ากัน

หญิงสาวผู้ถูกความท้อแท้สิ้นหวังปกคลุมจิตใจทิ้งตัวนั่งลงในสวนสาธารณะแห่งนึงราวกับกระดาษที่หมดคุณค่าและโดนทิ้ง เธอถูกชโลมด้วยสายฝนที่โปรยปรายและเหนือขึ้นไป คือเมฆสีเทาขรึ้ม เธอร่ำไห้ให้กับความผิดหวังในชีวิต

" ลินดา " คือหญิงสาววัย24ผู้สูญสิ้นองค์ประกอบแห่งกำลังใจหลายสิ่งหลายอย่าง เธอสูญเสียพ่อและแม่ของเธอที่สนิทสนมกับเธอมากเมื่อ5เดือนก่อนจากอุบัติเหตุรถยนต์ ผลกระทบที่ตามมาจากนั้นคือบ้านที่ถูกยึดเพราะไม่มีหัวหน้าครอบครัวส่งต่อค่างวดที่ค้างชำระ และตอนนี้ เธอก็ถูกปฏิเสธที่จะรับเข้าทำงานบริษัทอีกครั้งที่นับไม่ถ้วน

เนื่องจากลินดาเป็นหญิง ที่ไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาที่สละสลวยเหมือนเช่นนางฟ้าตามสองข้างทางถนนทั่วๆไปอีกทั้งเธอก็ไม่ใช่คนที่มีความสามารถโดดเด่นอะไรมากนักในเรื่องการเรียนที่ผ่านมา

เศษกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าขาดแผ่นนึงพลิ้วไหวติดสายลมราวกับผีเสื้อตัวสีเทายักษ์ที่หมดเรี้ยวแรงลอยมาตกตรงด้านหน้าของลินดา ข้อความในหัวข่าวเขียนเอาไว้ว่า

....... " ตะลึง โรสแมรี่ หญิงสาวนักธุรกิจชื่อดัง ล้มละลาย หมดตัวเพราะเอาเงินไปเล่นการพนัน บริษัทปิดตัวอย่างไม่มีกำหนด " .........

ลินดาชายตามองข้อความในกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ขยับสั่นไหวเบาๆเพราะสายลมที่สะกิดเนื้อกระดาษ เธอเห็นวันเดือนปีของข่าว มันเป็นข่าวที่เก่ามากและนานมาแล้วเมื่อหลายปีก่อน

ลินดาคิดในใจ ผู้หญิงคนนี้ที่ชื่อโรสแมรี่ ต่อให้เธอล้มเหลวในชีวิต แต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังไม่สัมผัสความสำเร็จในชีวิตมาแล้ว ไม่เหมือนกับตัวเธอซึ่งไม่เคยจับต้องสิ่งใดที่มีค่าได้เลยในชีวิต

เศษกระดาษน้อยล่องลอยปริวจากไป ลินดาเฝ้าครุ่นคิดถึงเรื่องของตนบ้าง

" โตขึ้นลูกจะต้องสบายกว่าพ่อนะลูกลินดา ได้ทำงานในตึกสูงๆเงินเดือนเยอะๆ พ่อรู้ว่าลูกทำได้อยู่แล้ว ฮ่าๆ "

ประโยคแห่งเสียงความคิดของลินดา สะท้อนความทรงจำในภาพแห่งอดีตอยู่ในหัวของเธอ มันกำลังกลั่นน้ำตาของเธอให้ไหลริน เสียงพ่อของเธอ ที่พูดคุยกับเธอในวัยเด็ก

ลินดายังคงจดจำทุกสิ่งทุกอย่างและทุกคำพูดของพ่อแม่เธอได้ดีดุจลมหายใจ

........... แต่ตอนนี้ ..........

..........มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว......

.........เสียงของพ่อ..และแม่ของเธอ....

........ครอบครัวที่เคยอบอุ่น ........

..........เสียงหัวเราะของพ่อที่เวลานั่งดูทีวีและละครตลก....

...........เสียงที่อบอุ่นของแม่ยามทำกับข้าวในครัว เสียงผัดกับข้าวที่ตะหลิวกระทบกะทะ.....

.........บ้าน....ที่เคยใหญ่โต..และอยู่สบาย... แสงไฟจากโคมไฟสีทอง..โซฟาอุ่นๆยามเหนือยใจและกาย...

ตอนนี้มีเพียงแค่ห้องเช่ารายเดือนแคบๆที่ลินดาใช้เงินที่ได้จากมรดกพ่อและแม่ของเธอในฐานะทายาทโดยชอบธรรมอาศัยซุกหัวนอนไปวันๆ

" เป็นอะไรจ๊ะหนู? "

เสียงของหญิงชรายืนกลางล้มท่ามกลางเม็ดฝนสีเทาที่ชโลมลงสู่ร่มสีแดงแป๊ด เธอเอ่ยถามลินดา แต่ลินดาไม่ตอบ เธอเอาแต่นั่งก้มหน้าร้องไห้

" ไปกันเถอะมารีน อย่าไปสนใจพวกเด็กใจแตกเลยน่า เราต้องไปรับลูกที่สนามบินนะ "

ผู้ชายอีกคน มีอายุพอๆกับหญิงชรา เขาจูงมือเธอออกไปโดยไม่สนใจลินดา

" พ่อค่ะ.."

ลินดาพร่ำเพ้ออกมาเป็นภาษาแห่งน้ำตา เธอพูดต่อ

" พ่อค่ะ... หนูคิดถึงพ่อ... หนูคิดถึงแม่... แม่ค่ะ....หนู.."
ลินดากัดฟันแน่นสะอื้นน้ำตาแข่งกับเสียงแห่งสายฝน เธอเสียใจที่เธอต้องพบเจอในขณะนี้ และแน่นอน มันก็เป็นเรื่องยากๆของหญิงสาวตัวคนเดียวที่สูญเสียทุกสิ่งที่สำคัญไปแบบไม่ได้ตั้งตัว ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาต่างทอดสายตาไป ณ.จุดเดียว นั่นคือนางฟ้าผู้น่าเวทนากลางสายฝนที่ประทับความโศกอยู่บนเก้าอี้ ลินดา เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่กับที่เดิมๆโดยไม่ยอมไปไหนเป็นเวลาหลายชั่วโมง

นั่นไม่ใช่เพราะเธอเป็นอะไร หากแต่เป็นเพราะ เธอหมดเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นยืน หมดแรง..แห่งชีวิต..ที่จะแบกรับภาระสองขาให้ก้าวเดินต่อไปเพื่อชีวิตในสังคมในวันแห่งรุ่นอรุณ

เธอหมดกำลังใจที่จะแบกเอาร่างกายเนื้อของเธอเพื่อบังคับลุกขึ้นยืนเผชิญกับปัญหา เธอไม่สามารถเผชิญหน้ากับปัญหานั่นได้เหมือนถูกจองจำในห้องที่ไม่มีทางออก

น้ำหนักตัวของเธอในขณะนี้ คือ ความท้อแท้และผิดหวังโดยสิ้นเชิง

" นี่เธอ! มานั่งทำไมคนเดียว ที่นี่จะปิดแล้วนะ เธอ! "

เสียงเอ่ยถามจากยามคนนึงซึ่งปั่นจักรยานตระเวนตรวจตราผู้คนในสวนสาธารณะ ยามไฟสีเหลืองต้องแสงกระทบใบหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของลินดา เขาพบกับหยดและคราบน้ำตาที่ไหลรินออกมาอย่างไม่หยุดบนสีผิวที่เนียนขาวของนางฟ้าตกกระป๋อง

" อ้าว.. อ... คือ... งั้นก็นั่งไปก่อนแล้วกัน ถ้าถึงเวลาปิดจริงๆฉันจะกลับมานะ

ว่าเสร็จก็ปั่นจักรยานจากไป ลินดาได้ยินเสียงของเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายสองคนที่วิ่งไล่เล่นกันท่ามกลางสายฝนที่ริมถนนฝั่งตรงกันข้ามกับสวนสาธารณะ ครู่หนึ่งแม่ของพวกเขาและเธอจึงเข้ามาดุด่าและจูงมือลูกน้อยทั้งสองจากไป

ลิดนาคิดในใจ " เราเคยมีช่วงเวลาแบบนั้น เราเคยมี....แล้วทำไมล่ะ...ทำไมล่ะ.. ทำไม.. แม่ค่ะ.....พ่อ ... หนูทำไม่ได้... หนูเป็นอย่างที่พ่อกับแม่อยากให้เป็นไม่ได้หรอกค่ะ.. หนูมันไม่ได้เรื่องใ่ช่ไหมพ่อ.. หนูถึงทำอะไรไม่สำเร็จสักที.. "

ลินดา ปล่อยโฮเพียงลำพังอีกครั้ง น้ำตากับน้ำฝนบนแก้มที่ขาวนวลของเธอดูกลมกลืนเป็นสิ่งเดียวกัน

หญิงสาวคนนึงแต่งตัวด้วยเนื้อกายสกปรก มือขวาของเธอลากถุงขยะโดยข้างในใส่กระป๋องน้ำอัดลมและเศษขยะแห้ง เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าลินดาและเอ่ยถาม

" เป็นอะไรไป? "
น้ำเสียงของหญิงจรจัดยังฟังดูนุ่มนวลและแสนหวานไม่เหมาะกับสภาพร่าง เสียงของเธอฟังดูไม่แก่เท่าที่ควรจะเป็นกับสภาพการณ์ ลินดาไม่ตอบคำถาม หญิงจรจัดเห็นเช่นนั้นเธอจึงนั่งลงที่ข้างๆลินดา และ จับคางลินดาเชยหน้าขึ้นและถามใหม่อีกครั้ง

" เสียใจเหรอ? "

หญิงจรจัดพูดต่อ

" อย่าไปเสียใจเลย โลกนี้คนเราก็คิดว่าเรื่องที่ตัวเองเจอเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดเสมอ แต่เธอรู้ไหม มันยังมีคนหลายคนในโลกนี้ ที่เขาทุกข์ระทมกว่าเราเยอะ "

ลินดาได้ฟัง เธอสะอื้นและปล่อยคำพูดออกมาโดยหลับตาปี๋กำมือแน่น คำพูดของเธอ เป็นคำพูดผสมการร้องไห้ เธอว่า

" หนูอยากให้แม่กลับมาเหมือนเดิม หนูอยากมีชีวิตเหมือนเดิม หนูอยากให้พ่อกลับมา ก็หนูไม่มีใครเลย หนูทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง ..ฮือ..ๆ..."

หญิงจรจัดจ้องหน้ารินดาไปสักพัก เธอลุกขึ้นย้ายตำแหน่ง และมายืนตรงด้านหน้าลินดาและโน้มตัวลงที่ด้านหน้าอย่างอ่อนโยน เธอบอกกับลินดา

" ความผิดหวัง ความท้อแท้ ความเสียใจ และน้ำตา เธอเอาแต่ก้มหน้า โดยมีสิ่งเหล่านี้ติดตรึงอยู่ ไม่่ว่าจะทำเช่นไรมันก็ไม่มีค่าขึ้นมาหรอกเธอว่าไหม? "

ลินดาพยักหน้าตามหญิงจรจัด หญิงจรจัดพูดอีก

" แล้วฉันขอถามเธอหน่อยว่า การที่เธอจะแบกรับเอาสิ่งเหล่านี้และอยู่กับที่เดิมๆโดยไม่ขยับไปไหน ปล่อยให้อดีตที่หวานหอมของเธอ เป็นเครื่องชุดรั้งพันทนาการแห่งความเศร้าของเธอ เธอไม่ขยับไปไหนเลย ...... กับอีกอย่าง คือ...... การที่เธอจะต้องแบกรับเอาสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดให้ติดตรึงไปกับใจเธอ แต่เธอเงยหน้าขึ้น และ ลุกขึ้นสู้ อย่างไหนมันมีค่ามากกว่ากัน? "

ลินดาเริ่มสะกิดใจคำพูดจากคนซึ่งไม่น่าจะพูดออกมาแบบนี้ได้ เธอเงยหน้าขึ้นและจ้องมองที่หญิงจรจัดเนื้อกายสกปรก หญิงจรจัดเห็ฯเช่นนั้น เธอยิ้มภายใต้ผ้าคลุมเก่าๆและกล่าว

" ใช่แล้ว สาวน้อย... ถึงยังไงเธอก็ต้องร้องไห้เสียใจอยู่วันยังค่ำ แต่ระหว่าง.."

..................... การร้องไห้อยู่กับที่เดิมๆ กับ การร้องไห้ไปด้วย สู้ไปด้วย เธอว่าอย่างไหนมีค่ามากก่วากัน เธอว่าแบบไหนที่พ่อ และ แม่ของเธอที่อยู่บนสรวงสวรรค์ จะเลือกให้เธอเป็น.................

ประโยคของหญิงจรจัดทำให้หยดน้ำตาของลินดาแห้งเหือดหายไป ใจของเธอเต้นรัว หากแต่ไม่ใช่เพราะความรักในวัยรุ่น แต่เป็นบางสิ่งที่ขุดรากเง้าแห่งจิตใจของเธอขึ้นมาอีกครั้ง หญิงจรจัดยิ้มเชยๆให้ลินดาและก้มตัวลงเก็บถุงใส่ของเก่าๆและกำลังจะจากไป

ของบางสิ่งตกหล่นจากภายใต้เสื้อคลุมเก่าๆของหญิงจรจัด มันคือรูปภาพเก่าๆ รูปภาพของเด็กผู้หญิงที่่น่ารักสดใสคนนึง กับ รูปของหญิงสาวอีกคนที่ยืนโอบกอดร่างของเด็กสาวอยู่ ลินดารู้สึกคุ้นๆหน้าหญิงสาวผู้เป็ฯแม่ในรูป

นั่นเพราะ เธอคือ โรสแมรี่ หญิงสาวผู้เคยโด่งดังในเรื่องความมานะอดทนสร้างกิจการที่รุ่งเรืองยิ่งใหญ่ แต่ตอนหลังตกเป็นข่าวว่าหมดตัวเพราะเล่นการพนัน

"ท..ท.. ทำไมคุณถึงเก็บรูปภาพของคนอื่นเอาไว้ล่ะค่ะ? "

หญิงจรจัดชะงักไป และตอบ

" นั่นก็เพราะว่า อย่างที่ฉันเคยบอกเธอไป คนเรามักคิดว่าความทุกข์ของตัวเองยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ใครเล่าจะไปรู้ว่า ยังมีคนอื่นที่เขาทุกข์ใจมากกว่าเรา บางครั้งเขาคนนั้น ไม่สามารถจะพรรณาความเสียใจออกมาได้ด้วยคำพูด "

ลินดา แปลกใจกับคำพูดหญิงจรจัด สักพักลินดาจึงตะโกนออกมาแบบลืมเรื่องตัวเอง

" คุณคือโรสแมรี่ คนที่ลงหนังสือพิมพ์เหรอ!!! "

หญิงจรจัดยิ้มใต้ผ้าคลุมและหัวเราะประชดตัวเอง เธอบอก

" โรสแมรี่เล่นการพนันจนล้มละลายอย่างนั้นเหรอ? เป็นข่าวที่ตลกมาก ฉันหมดตัว หมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างไปก็เพราะเหตุผลเพียงอย่างเดียว "

" ................. ลูกสาวฉัน ...เธอป่วยหนัก ต้องผ่าตัดนับครั้งไม่ถ้วน ฉันหมดเงิน หมดทุกสิ่งไปก็เพราะลูกสาวฉัน ไม่ใช่การพนัน.. ไม่ใช่ไอ้ของพรรคนั้น เหมือนเช่นที่พวกนักข่าวหน้าเงินตีข่าวใส่ร้ายฉันให้ขายดีไปวันๆ ถึงตอนนี้เธอก็ยังเป็นเจ้าหญิงนิทา เธอไม่ยอมตื่น หมอบอกว่าถ้าไม่คงยารักษาเอาไว้ เธอจะตายในทันที แต่ถึงยังไง ฉันก็ทำได้แค่นี้ ทำให้แค่ชะลอเวลา ยืดเวลาของเธอไม่ให้จากฉันไป ด้วยเศษเงินเศษทองเล็กๆน้อยๆที่พอปะทังค่า ยาที่ไม่แพงเท่ากับค่าผ่าตัด ...."

หญิงจรจัดแอบเช็ดหยดน้ำตาและจากลินดาไป ลินดาพูดไม่ออกเธอตะโกนถามหญิงจรจัดไล่หลังไป

" คุณพักอยู่ที่ไหนเหรอ!? " หญิงจรจัดตอบแบบไม่หันมามอง

" ใต้สะพาน..แถวๆห้องพักเธอนั่นแหละ "

นับจากวันนั้นผ่านไปหลายปี ลินดาเลิกสนใจพวกบริษัทนายจ้างที่จะรับเธอเข้าทำงานและหันมาเริ่มปรับเปลี่ยนชีวิตตัวเองโดยเก็บสะสมทุนทรัพย์ส่วนตัวของเธอจากรายได้เล็กๆน้อยๆจากการขายน้ำผลไม้ปั่นสูตรแม่ของเธอที่เคยทำในครัวเรือน

ลินดา เก็บสะสมผลกำไรนำไปเป็นทุนเปิดกิจการน้ำผลไม้ของเธออีกหลายสาขา จนในที่สุดเวลาผ่านไปเพียงไม่นานเกินรอ ลินดากลายเป็นคนที่เป็นที่รู้จักกันและมีชื่อเสียงในด้านการทำธุรกิจน้ำผลไม้ชื่อดัง

เรื่องเล่า ผ่านไปไวเหมือนโกหก หนังสือพิมพ์ถูกวางขายไว้ที่ตามแผงลอย หัวข้อหนังสือพิมพ์ตัวใหญ่พาดหัวข่าวว่า

.......... ลินดา...เจ้าของธุรกิจพันล้าน บริจาคงบประมาณส่วนตัวให้เครื่องมือแพทย์ ตัวยาใหม่ๆ และ โรงพยาบาลเพื่อนำไปใช้วิจัยและรักษาผู้ป่วย .......

....ลูกสาวหญิงจรจัด..ใต้สะพานลอย พร้อมรับการทดลองตัวยาชนิดใหม่ที่นำเข้าจากต่างประเทศเป็นรายแรก .....

3 ปีผ่านไป

หัวข้อข่าวหนังสือพิมพ์ที่ร้านเดิมก็ถูกพาดขึ้นอีกว่า

.... โรสแมรี่ อดีตสาวล้มละลาย สู้ชีวิตหลังได้ลูกสาวคืนมา .. และพร้อมก่อตั้งบริษัทร้อยล้านได้อีกครั้ง โดยเป็นหุ้นส่วนกับ บริษัทผลิตน้ำผลไม้ชื่อดังของเจ้าแม่เศษฐีกิจการพันล้าน ลินดา ...

เครดิต : tonfai

 

 

บทความที่น่าสนใจ

รูปภาพจริงที่สวยงามมาก เหมือนอยู่ในสวรรค์

By thaisarn.net
18/02/2016 1,816

รูปภาพจริงที่สวยงามมาก เหมือนอยู่ในสวรรค์