ขอแนะนำให้ทุกคนมาทำความรู้จักกับเงินแต่ละกระปุกัน

By thaisarn.net
19/02/2016 270

JARS system of Money Management ก่อนที่จะลงมือปฎิบัติ ขอแนะนำให้ทุกคนมาทำความรู้จักกับเงินแต่ละกระปุกก่อนนะค่ะ

JARS system of Money Management
ก่อนที่จะลงมือปฎิบัติ ขอแนะนำให้ทุกคนมาทำความรู้จักกับเงินแต่ละกระปุกก่อนนะค่ะ

กระปุกที่ 1 FFA
ย่อมาจาก Financial Freedom Account คือเงินที่เก็บไว้ใช้ในยามเกษียณค่ะ อาจจะเก็บในรูปแบบของประกันสะสมทรัพย์ เงินฝาก สลากออมสิน หรือการซื้อสินทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า เงินกระปุกห้ามนำออกมาใช้นอกเหนือจากนี้ค่ะ เพราะเมื่อเวลาที่คุณแก่ตัวลงไปจะได้มีไว้ใช้ได้อย่างสบายค่ะ

กระปุกที่ 2 LTSS
ย่อมาจาก Long Term Saving for Spending คือเงินที่เก็บในระยะยาวไว้ใช้จ่ายสำหรับสิ่งหนึ่ง อาจจะเป็น ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ เงินดาวน์บ้าน สินสอดภรรยา ค่าเทอมลูก เมื่อเราทยอยเก็บทุกเดือนไว้ล่วงหน้าถึงเวลาก็จะสบายไม่ต้องวิ่งไปกู้หนี้ยืมสิ้นใครมาจ่าย

กระปุกที่ 3 EDUC
ย่อมาจาก Education Account คือเงินที่เก็บไว้ศึกษาหาความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงเรียนคอร์สต่าง ๆ เรียนปริญญาโท ซื้อหนังสือ ทำเวิร์คช้อป หรือการอบรมสัมมนา เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับตัวท่านเอง

กระปุกที่ 4 NEC
ย่อมาจาก Necessities Account คือเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายในเรื่องทีจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวันค่ะ อาทิ ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมันรถ ค่าเครื่องอุปโภคบริโภค รวมไปถึงค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ที่เราเอามาใช้เองเพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้ด้วยนะค่ะ ซึ่งถ้าก่อให้เกิดรายได้ก็สามารถโอนไปใช้เงินของ FFA ได้ค่ะ

กระปุกที่ 5 Play
แปลกันง่าย ๆ นะค่ะ คือเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว ตามใจชอบได้เลยค่ะ ช้อปปิ้งเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ ทำผม ไปเที่ยว ดูหนังฟังเพลง เพื่อให้เราไม่รู้สึกอึดอัดกับการเก็บเงินมากเกินไปค่ะ

กระปุกที่ 6 Give
คือเงินที่เก็บไว้สำหรับให้ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ บริจาค ซื้อของขวัญ ใส่ซอง เพราะคนเราต้องมีสังคม ดังนั้นการแบ่งเงินส่วนนี้ออกมา เราจะไม่ลำบากใจเวลาที่ให้คนอื่นไงค่ะ

JARS system of Money Management
ก่อนที่จะลงมือปฎิบัติ ขอแนะนำให้ทุกคนมาทำความรู้จักกับเงินแต่ละกระปุกก่อนนะค่ะ

กระปุกที่ 1 FFA
ย่อมาจาก Financial Freedom Account คือเงินที่เก็บไว้ใช้ในยามเกษียณค่ะ อาจจะเก็บในรูปแบบของประกันสะสมทรัพย์ เงินฝาก สลากออมสิน หรือการซื้อสินทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า เงินกระปุกห้ามนำออกมาใช้นอกเหนือจากนี้ค่ะ เพราะเมื่อเวลาที่คุณแก่ตัวลงไปจะได้มีไว้ใช้ได้อย่างสบายค่ะ

กระปุกที่ 2 LTSS
ย่อมาจาก Long Term Saving for Spending คือเงินที่เก็บในระยะยาวไว้ใช้จ่ายสำหรับสิ่งหนึ่ง อาจจะเป็น ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ เงินดาวน์บ้าน สินสอดภรรยา ค่าเทอมลูก เมื่อเราทยอยเก็บทุกเดือนไว้ล่วงหน้าถึงเวลาก็จะสบายไม่ต้องวิ่งไปกู้หนี้ยืมสิ้นใครมาจ่าย

กระปุกที่ 3 EDUC
ย่อมาจาก Education Account คือเงินที่เก็บไว้ศึกษาหาความรู้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงเรียนคอร์สต่าง ๆ เรียนปริญญาโท ซื้อหนังสือ ทำเวิร์คช้อป หรือการอบรมสัมมนา เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับตัวท่านเอง

กระปุกที่ 4 NEC
ย่อมาจาก Necessities Account คือเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายในเรื่องทีจำเป็นต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวันค่ะ อาทิ ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำมันรถ ค่าเครื่องอุปโภคบริโภค รวมไปถึงค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ที่เราเอามาใช้เองเพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้ด้วยนะค่ะ ซึ่งถ้าก่อให้เกิดรายได้ก็สามารถโอนไปใช้เงินของ FFA ได้ค่ะ

กระปุกที่ 5 Play
แปลกันง่าย ๆ นะค่ะ คือเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว ตามใจชอบได้เลยค่ะ ช้อปปิ้งเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ ทำผม ไปเที่ยว ดูหนังฟังเพลง เพื่อให้เราไม่รู้สึกอึดอัดกับการเก็บเงินมากเกินไปค่ะ

กระปุกที่ 6 Give
คือเงินที่เก็บไว้สำหรับให้ผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ บริจาค ซื้อของขวัญ ใส่ซอง เพราะคนเราต้องมีสังคม ดังนั้นการแบ่งเงินส่วนนี้ออกมา เราจะไม่ลำบากใจเวลาที่ให้คนอื่นไงค่ะ

รู้ความหมายของเงินแต่ละส่วนแล้ว เรามาดูขั้นตอนการบริหารเงินทั้ง 6 กระปุกของเราดีกว่าค่ะ
สรุปรายได้ในแต่ละเดือน รวมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน ค่าจ้าง คอมมิชชั่น เบี้ยเลี้ยง เงินพิเศษ ค่าล่วงเวลา ค่าตำแหน่ง ค่าเกียรตินิยม เก็บให้หมดทุกเม็ดนะค่ะ จะได้รับรู้รายได้ทั้งหมดค่ะ
แบ่งเงินออกเป็น 6 ส่วน คือ FFA, LTSS, EDUC, NEC, Play และ Give ตามสัดส่วนดังนี้

FFA = 10%
LTSS = 10%
EDUC = 10%
NEC = 55%
Play = 10%
Give = 5%
ควรเปิดบัญชีให้ครบทั้ง 6 บัญชี เพื่อเป็นการแยกเงินให้ชัดเจน โดยให้มีเพียงบัญชี NEC เท่านั้นที่จะทำบัตร ATM เพื่อเพิ่มความยากในการเบิกเงินกระปุกอื่น ๆ ออกมาใช้ เพราะเราไม่ได้จำเป็นต้องใช้บ่อย ๆ ทำให้สิ้นเปลืองค่าบริการบัตรด้วยค่ะ

เมื่อมีการรับรายได้มาแล้ว เราควรโอนเงินตามกำหนดไว้ใส่ในแต่ละบัญชีทันที เพื่อป้องกันความสับสนในการใช้เงินแต่ละส่วนและสร้างลักษณะนิสัยที่ดีของคุณด้วยค่ะ

หลังจากโอนเงินเข้าแต่ละบัญชีเรียบร้อยแล้ว เราจะได้เงิน NEC ที่เราสามารถใช้ได้จริง ในแต่ละเดือน ให้ใช้เท่าที่ได้มา อย่าไประรานเงินกองอื่นนะค่ะ เพราะไม่เช่นนั้นคุณจะไม่เห็นประโยชน์ของการบริหารการเงิน 6 กระปุกค่ะ

สำหรับผู้ที่มีหนี้บัตรเครดิตอาจจะมีปัญหาเรื่อง NEC อยู่บ้าง เพราะจะใช้ไม่พอ ให้ใช้วิธีผ่อนจ่ายหนี้เอา อย่าชำระหนี้เต็มจำนวนทั้งหมดแต่ไม่เหลือเก็บ เพราะยามฉุกเฉิน คุณจะไม่มีเงินเก็บเลย ทำให้คุณก็ต้องเป็นหนี้อีก เหมือนวงจรอุบาวท์ แต่ถ้าคุณมีการเก็บเงินเป็นประจำแล้ว พอจำเป็นที่จะต้องใช้เงิน คุณก็สามารถเบิกเงินกองนั้น ๆ มาใช้ได้เลยค่ะ

แต่ละท่านอาจปรับเปลี่ยนสัดส่วนในเงินแต่กระปุกตามความเหมาะสมกับสถานภาพนะค่ะ เช่นคนโสดอาจจะสามารถใช้ NEC ได้น้อยกว่า และเก็บในส่วน LTSS หรือ FFA ได้เยอะขึ้น ส่วนคนที่แต่งงานมีลูกแล้วภาระอาจจะเยอะสักนิด NEC อาจจะต้องมากขึ้น แล้ว EDUC อาจจะลดลงเพื่อโอนไปเป็นเงินค่าเทอมของลูกแทน

ทำอย่างเคร่งครัด เป็นประจำ ผ่านไปสักปี คุณจะไม่มีปัญหาเรื่องเงิน เมื่อต้องการใช้เงินในส่วนใด ให้เอาเงินในส่วนนั้นมาใช้ค่ะ แค่นี้ก็เป็นสุข ยิ่งถ้าอัพสมุดบัญชีทุก ๆ เดือนแล้วล่ะก็ จะพบว่าเงินในแต่ละส่วนที่แยกเก็บไว้งอกเงยขึ้นมาได้ขนาดไหนค่ะ

บทความที่น่าสนใจ