คุณเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดไหมครับ

By thaisarn.net
18/02/2016 485

“คุณเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดไหมครับ เป็นไปได้ไหมว่า คนคนหนึ่งอาจไปเกิดเป็นคนอีกคนหนึ่ง คนที่เราผูกพันกับเขามากๆ ไม่ว่าจะรักหรือชังอาฆาต เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และทำความเข้าใจคนคนนั้น”

บทสนทนาเมื่อหลายปีก่อน

“คุณเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดไหมครับ เป็นไปได้ไหมว่า คนคนหนึ่งอาจไปเกิดเป็นคนอีกคนหนึ่ง คนที่เราผูกพันกับเขามากๆ ไม่ว่าจะรักหรือชังอาฆาต เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และทำความเข้าใจคนคนนั้น”
โตมร
..................

ศาสนาพุทธพูดถึงสงสารวัฏคือการเวียนว่ายตายเกิด

คำว่าวัฏ หรือวัฏฏะ แปลว่า วงกลม

วงกลมก็คือการหมุนวนมาเจอกันที่จุดเดิม ดังนั้นการเวียนว่ายตายเกิดที่ศาสนาพุทธพูดถึงก็ย่อมหมายถึงการเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย แล้วก็มาชนกับการเกิดใหม่อีก

หนังเรื่องLittle Budha ที่ฝรั่งเป็นผู้สร้างก็นำเสนอแนวความคิดนี้จนเป็นแก่นของหนัง หนังเดินเรื่องอยู่ที่ธิเบตมากกว่าครึ่งเรื่อง และพุทธศาสนาของธิเบตก็พูดแต่เรื่องการกลับชาติมาเกิดเป็นเรื่องใหญ่

ชาวพุทธไม่ว่าจะฝั่งมหายานหรือหินยาน ส่วนใหญ่ก็เชื่อในเรื่องนี้ ผมค่อนข้างแปลกใจในคำถามนี้ครับ

ไม่ได้แปลกใจคุณโตมรคนเดียวหรอกครับ คำถามนี้เป็นคำถามที่ผมมักถูกถามอยู่บ่อยๆทั้งๆที่ผมก็อยู่ในสังคมชาวพุทธ คงคล้ายๆกับที่เราดูหนังฝรั่งแล้วตัวละครที่เป็นคริสต์ถามกันว่าคุณเชื่อในพระเจ้าไหม

คนไทยรุ่นหลังที่เรียนหนังสือเยอะขึ้น อ่านหนังสือมากขึ้น ดูหนังมากขึ้น จนความคิดเรื่องเหตุผลและการพิสูจน์เข้ามามีอิทธิพลต่อความเชื่อที่ถูกสั่งสอนกันมา คำถามเรื่องตายแล้วเกิดใหม่จึงเป็นหัวข้อสนทนาหนึ่งของคนรุ่นใหม่ แต่ถ้าไปถามคนเฒ่าคนแก่ ผมรับรองได้ว่าร้อยทั้งร้อยเชื่อเรื่องนี้

ตัวผมเองก็ชอบแนวคิดทางวิทยาศาสตร์เหมือนกัน วิทยาศาสตร์บอกว่าสสารทั้งหลายในจักรวาลไม่สูญสลายไปไหน มันอาจเปลี่ยนจากสภาพหนึ่งไปเป็นอีกสภาพหนึ่ง อาจเปลี่ยนจากธาตุหนึ่งไปเป็นอีกธาตุหนึ่ง หรือเปลี่ยนสลับไปมาระหว่างสสารและพลังงานก็ได้

วิทยาศาสตร์บอกว่าไม่มีอะไรหายไปไหน มันหมุนเป็นวงไป

แล้วผมก็เอาแนวคิดทางวิทยาศาสตร์แบบนี้มาจับกับความเชื่อทางพุทธ จิตวิญญาณของสิ่งมีชีวิตก็หมุนเวียนไป อาจเปลี่ยนจากเพศหนึ่งไปเป็นอีกเพศหนึ่ง เปลี่ยนจากพันธุ์หนึ่งไปเป็นอีกพันธุ์หนึ่ง

ไม่เกี่ยวกับปริมาณ
ไฮโดรเจนกับอ๊อกซิเจน ร้อยหน่วย อาจเปลี่ยนเป็นน้ำเพียงแค่สิบหน่วย หนึ่งจิตวิญญาณก็อาจเปลี่ยนเป็นสิบจิตวิญญาณ

นักวิทยาศาสตร์ตั้งทฤษฎีกำเนิดจักรวาลว่า มีการระเบิดครั้งใหญ่ที่ตั้งชื่อกันว่าบิ๊กแบง ระเบิดครั้งใหญ่นั้นทำให้สสารและพลังงานกระจายไปอยู่ทั่วจักรวาล

ชาวฮินดูบอกว่าตอนที่จักรวาลกำเนิดนั้น เสียง “โอม”ได้ดังขึ้น แล้วพระเจ้าก็อวตารตัวเองแยกออกมาเป็นชีวิตนับล้านๆ เพื่อให้เกิดแก่เจ็บตายเวียนว่ายกันไป

พระพุทธเจ้าประสูติขึ้นมาท่ามกลางอิทธิพลความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ พระองค์เฝ้ามองวัฏสงสารของจักรวาลอย่างใจจดใจจ่อ แล้วก็พยายามหาให้ได้ว่าวงกลมแห่งทุกข์นี้มันมีทางออกไหม และเมื่อพระองค์ตรัสรู้ความเป็นไปของจักรวาลพระองค์ก็ประกาศคำสอนถึงหนทางที่จะให้ผู้คนรู้เท่าทันวงกลมวงนี้

ในความเชื่อของผม จิตวิญญาณมนุษย์คงจะค่อยๆยกระดับขึ้นทีละน้อย จากทุกข์และกิเลสที่คอยมาทดสอบ เหมือนค่อยๆเรียนรู้ไปทีละชาติกำเนิด และคู่มือมนุษย์ที่จะยกระดับจิตใจโดยเร็วก็คือคำสอนที่พระพุทธเจ้าท่านคิดค้นให้เราชาวพุทธเพื่อนำพาไปพบกับความจริงสูงสุด

ลองวกเอาคำตอบของผมมาผูกกับคำถามของคุณโตมรดู หากคำอธิบายของผมฟังดูเข้าเค้า การไปเกิดชาติใหม่ด้วยแรงรักหรือแรงอาฆาตที่คุณโตมรพูดถึง ก็คือการทดสอบจิตวิญญาณอย่างหนึ่ง

ของใครก็ไม่รู้
........................
ประภาส ชลศรานนท์

บทความที่น่าสนใจ